ภัยร้ายของบุหรี่

ถึงแม้ในเวลานี้จะมีการรณรงค์เพื่อแลเห็นถึงโทษของการสูบยาสูบรวมทั้งการใช้มาตรการทางกฎหมาย


เพื่อมุ่งมาดปรารถนาที่จะลดจำนวนของผู้ดูดยาสูบลงหากแม้ดุจดั่งว่าจะยังไม่ค่อยได้ผลเยอะแค่ไหนเนื่องจากว่าจำนวนของผู้ดูดยาสูบนั้นไม่ได้ลดน้อยลงอะไรแม้กระนั้นเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วยโดยเฉพาะในกรุ๊ปของวัยรุ่นที่มีจำนวนมากขึ้นอย่างน่าตกใจ
จากการสำรวจพฤติกรรมของผู้ดูดยาสูบของคนไทยโดยสำนักงานตรวจตราสถิติแห่งชาติเมื่อปี2557 พบว่าพลเมืองที่แก่ตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปทั้งยังสิน 54.8 ล้านคน พบว่ามีผู้ที่ดูดบุหรี่มากถึง 11.4 ล้านคนหรือร้อยละ 20.7 โดยดูดเป็นประจำ10 ล้านคน และดูดนานๆครั้งอีก 1.4 ล้านคนซึ่งเป็นตัวเลขที่มากเพิ่มขึ้นจากปีกลายหน้านี้ที่มีผู้ดูดยาสูบปริมาณร้อยละ 19.9
โดยมีการประเมินกันว่าผู้ดูดยาสูบจำนวนกลุ่มนี้จำนวนถึง 1 ใน 4 จะเสียชีวิตจากโรคที่มีสาเหตุมาจากการสูบยาสูบในอีก 10-20 ปีข้างหน้า โดยเป็นผลมาจากควันบุหรี่มีสารเคมีมากกว่า 4,000 ชนิด โดยมีคร่าวๆ 250 ชนิดที่เป็นพิษรวมทั้งเป็นสารก่อโรคมะเร็งอีกมากกว่าถึง 50 จำพวก ซึ่งในแต่ละปีจะมีคนไทยจำนวนถึง 42,000-52,000 คนที่เสียชีวิตด้วยโรคที่เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการสูบยาสูบโดยเฉพาะโรคมะเร็งปอด โรคระบบหัวใจรวมถึงหลอดเลือด รวมทั้งโรคถุงลมโป่งพอง ตอนที่จริงแล้วเราสามารถลดการเสี่ยงที่จะเกิดโรคกลุ่มนี้ได้แค่เพียงการเลิกดูดบุหรี่เท่านั้นเอง โดยมูลเหตุที่การเลิกเสพยาสูบบุหรี่กโน่นก็เนื่องจากว่ายาสูบก็ไม่ได้แตกต่างกับสารเสพติด โดยการตำหนิดยาสูบนั้นสามารถจัดชนิดและประเภทการตำหนิดออกได้เป็น 2 ด้านหลักๆก็คือ การตำหนิดทางจิต ซึ่งมีต้นเหตุจากความสนิทสนมรวมทั้งคิดว่ายาสูบสามารถทำให้คลายเครียดได้ และอีกด้านก็คือการตำหนิดทางด้านร่างกายโดยเกิดจากการต่อว่าดสารนิโคตินในยาสูบนั่นเอง ขึ้นรถนิโคตินนั้นจะซึมไปสู่เลือดรวมทั้งเดินทางไปถึงสมองเพียงแต่ภายในระยะเวลา 6 วินาทีเท่านั้น ภายหลังผู้ดูดก็จะรู้สึกทุเลาและก็ลดความรู้สึกกลุ้มใจลงได้ แม้กระนั้นมันก็เกิดเพียงแค่ในระยะสั้นเท่านั้น เนื่องด้วยเมื่อระดับนิโคตินต่ำลง อารมณ์ทางบวกก็จะหายไปด้วย ต่อมาผู้ดูดก็จะต้องการความสบายอีกท้ายที่สุดก็ต้องดูดอีกวนเวียนอย่างนั้นจนถึงกลายเป็นการเสพติดไปสุดท้าย
หากแม้ติดบุหรี่แล้วอยากได้ที่จะเลิกนั้นจะเป็นสิ่งที่ทำเป็นยากเยอะมากๆโดยตัวการก้มาจากการขาดนิโคติน ซึ่งจะเกิดขึ้นด้านใน 4-6 ชั่วโมงตอนหลังหยุดดูดบุหรี่ไปแล้ว โดยผู้ดูดจะมีลักษณะอาการดังต่อไปนี้
อาการทางด้านอารมณ์ ตัวอย่างเช่น การปรารถนายา เซื่องซึม วิตกกังวล อารมณ์บูด สมาธิลดลง นอนไม่หลับ
ส่วนอาการทางด้านร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น หัวใจเต้นช้า ปรารถนาอาหาร น้ำหนักเพิ่ม ปวดศรีษะ ท้องผูก เหงื่อไหล อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าอันตรายของบุหรี่นั้นมีแค่ไหน โดยเฉพาะโรคมะเร็งปอดซึ่งมียาสูบเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดถึงร้อยละ 90 แล้วก็ผู้ที่ดูดก็จะสบโอกาสเป็นมากกว่าผู้ที่ไม่ดูดถึง 22 เท่า เมื่อรู้อย่างงี้แล้วก็เราก็ควรหันกลับมาดูแลสุขภาพโดยเริ่มด้วยการเริ่มต้นง่ายเพียงแต่เลิกยาสูบเท่านั้นเอง และหันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของตนเองรวมทั้งคนรอบข้างอีกด้วย

 

 

อ่านต่อได้ที่นี่

Author: Cindy Berry